ปลา ในแง่มุมของนักตกปลาเชิงอนุรักษ์หรือนักตกปลาที่นิยมการตกปลาในธรรมชาติจะคิดว่าปลาทุกตัวน่าตกทั้งสิ้น จุดมุ่งหมายหลักก็คือ เป็นการท้าทายความรู้ความสามารถที่เรามีอยู่ เช่น การนั่งตกปลากระดี่ คนที่ผ่านไปมาบอกว่า เจ้าคนนี้ท่าทางจะบ้า เอาสวิงหรืออะไรช้อนเอาก็ได้ จริงๆแล้ว ปลากระดี่เป็นปลาที่ท้าทายและน่าตกอย่างหนึ่ง เพราะ ปลากระดี่เป็นปลาปากเชิดหรือปากอยู่บน ทำให้เรารู้ว่าปลากระดี่หากินแบบผิวน้ำ และต่อมาเราก็รู้ว่าปลากระดี่เป็นปลาปากเล็ก กินพืชน้ำ พวกไข่น้ำหรือไรน้ำเป็นอาหาร แม้แต่เอารำอ่อนโปรยให้ลอยอยู่ผิวน้ำปลากระดี่ก็มากิน ปลากระดี่ถือเป็นโจทย์ในการตกปลาที่ท้าทาย เราจะตกปลากระดี่ได้อย่างไร อุปกรณ์ที่ใช้ใช้อะไร เหยื่อล่ะ? เบ็ดล่ะ? .คำถามเหล่านี้จะวิ่งพลุ่งพล่านในสมองนักตกปลาตลอดเวลา
ผู้เขียนเอง เป็นคนต่างจังหวัดเกิดในท้องทุ่งท้องนาและแม่น้ำ เวลาหน้าน้ำก็มักจะนอนราบกับพื้นบ้านมองดูหมู่ปลาที่เคลื่อนย้ายอพยพไปกับน้ำผ่านใต้ถุนบ้าน เห็นปลาว่ายแวะจิกหรือกัดกินแมลงตัวเล็กๆหรือยอดพืชข้างทางที่ตัวเองว่ายไป ปลาที่ว่ายจะเป็นพวกปลาหมอ ปลาตะเพียน ปลาซิว ทั้งซิวควาย ซิวอ้าว ไม่เคยเห็นปลาตัวใหญ่ๆเลย แต่ถามคนเฒ่าคนแก่เขาบอกว่า ปลาตัวใหญ่จะระมัดระวังตัวมาก และจะค่อยแอบว่ายไปในตอนกลางคืนดึกสงัด คนนอนหลับหมดแล้ว ฟังแล้วก็รู้สึกเย็นวาบไปถึงข้อเท้า เพราะคำเล่าลือเกี่ยวกะผีกระสือ ผีกระหัง หรือสาระพัดผีที่นิยมท่องเที่ยวตามท้องทุ่งยามค่ำมืด จะถาโถมอัดแน่นเข้าไปในจินตนาการ จนต้องคลุมโปงหลับไม่รู้ตัวจนย่ำรุ่ง
สิ่งที่คิดและสงสัยในตอนเด็กนั้นคือ ปลาว่ายหากินหรือเดินทางได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ในน้ำใสและน้ำขุ่น ปลาใช้อะไรนำทาง? ปลารู้ได้อย่างไรว่าแหล่งอาหารอยู่ที่ไหน รวมไปถึงสิ่งบอกเหตุว่ามีศัตรูกำลังจะเข้ามาใกล้ ฯลฯ คำตอบก็คือ ปลามีหลายสัมผัสและใช้ระบบเหล่านั้นประกอบกัน จนเกิดประสิทธิภาพอย่างอัศจรรย์
ปลามีประสาทสัมผัสครบทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง และ พลังงานในรูปแบบอื่นๆ เช่น กระแสไฟฟ้า คลื่นความร้อน ฯลฯ แต่ปลาก็มีสมองน้อยไม่อาจจะประมวลผลลัพธ์ของสัมผ้สจนครบ ที่สำคัญสัตว์ทุกชนิดจะตื่นกลัวถ้าตัวเองสัมผัสอันใดอันหนึ่งได้มากผิดปกติหรือหลายๆสัมผัสผสมกัน เช่น เห็นเงาอะไรใหญ่โตผิดปกติก็จะหนี เสียงดังมากก็หนี จับคลื่นใต้น้ำได้รุนแรงผิดปกติก็หนี ฯลฯ ด้วยเหตุนี้ ปลาจึงกัดเหยื่อปลอมหรือเหยื่อประดิษฐ์โดยไม่ยั้งคิด จนตัวเองติดเบ็ด เพราะปลาหลงเหยื่อปลอมที่รูปร่างคิดว่าเป็นปลาเหยื่อ และคลื่นสั่นสะเทือนคล้ายกับปลาที่บาดเจ็บ และปัจจุบันมีการคิดค้น Biosalt หรือ เกลือชีวภาพ ได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องการมากของปลาที่กินเนื้อเป็นอาหาร เพราะในน้ำไม่มีดินโป่งกินแบบสัตว์บก จึงมีเหยื่อบางชนิดผสมเกลือชีวภาพเหล่านี้ลงไปในเหยื่อด้วย เพื่อให้ปลาตายใจว่าปลาบาดเจ็บจริงๆ เพราะปลาสัมผัสความเค็มจากเกลือชีวภาพที่ปนออกมากับเลือดของสัตว์ทั่วๆไป เกลือชีวภาพจึงถือเป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งของการผลิตเหยื่อปลอม ปลามีความสามารถรับรู้กลิ่นที่ปลอมปนมากับน้ำได้มากถึงหนึ่งในล้านส่วน ..เนื่องจากปลาเป็นสัตว์น้ำ อุปกรณ์ที่ใช้จับสัมผัสจึงมีประสิทธิภาพสูงมาก ที่สำคัญปลามีอวัยวะจับสัมผัสประกอบกันหลายอย่าง และอวัยวะเหล่านั้นก็มีประสิทธิที่จะจับสัมผัสได้มากกว่าหนึ่งอย่างอีกด้วย อวัยวะรับสัมผัสของปลามี หนวด จมูก ตา และ เส้นข้างตัว และปลาจะใช้สิ่งเหล่านี้ระบุสิ่งแวดล้อมภายนอกประกอบกัน ผิดกับมนุษย์ที่อวัยวะต่างๆดังกล่าวต่างทำหน้าที่ได้เพียงอย่างเดียว ต่างจากปลาอย่างสิ้นเชิง
การตกปลาไม่จำกัดเฉพาะการตกแต่ปลาเกม และปลามีประสาทสัมผัสแบบช่วยกันทั้งระบบคือ หนวด ปาก จมูก ผิวหนังตัว และที่ทำหน้าที่รับสัมผัสได้มากที่สุดคือ เส้นข้างตัว ..